5 โรคที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเจ็บแน่นหน้าอกจุกเสียดกลางอก
.jpg?width=1200&height=800&format=jpg&quality=80)
หลายคนเคยรู้สึกจุกเสียดกลางอก หรือเจ็บแน่นหน้าอกแบบไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งเกิดขึ้นหลังมื้ออาหาร บางครั้งเกิดตอนกลางดึก หรือแม้แต่ขณะออกกำลังกาย อาการเหล่านี้อาจดูไม่น่ากังวลในครั้งแรก แต่หากเกิดซ้ำบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ 5 โรคที่มักซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเจ็บแน่นหน้าอกและจุกเสียดกลางอก พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ช่วยบรรเทาและป้องกันอาการได้จริง
อาการจุกเสียดกลางอกและเจ็บแน่นหน้าอกคืออะไร?
อาการจุกเสียดกลางอกและเจ็บแน่นหน้าอก คือความรู้สึกอึดอัด กดทับ หรือแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอก อาจร้าวขึ้นถึงลำคอหรือลงไปที่ลิ้นปี่ สาเหตุมาได้จากหลายระบบในร่างกาย
- จากระบบย่อยอาหาร มักเป็นอาการแสบร้อนหรือจุกแน่นหลังกินอาหาร เรอบ่อย มีรสเปรี้ยวในปาก โดยเฉพาะหลังมื้อใหญ่ นอนราบทันทีหลังกิน หรือกินอาหารมัน รสจัด
- ระวังสัญญาณโรคหัวใจ มีอาการเจ็บหน้าอกแบบตื้อๆ หนักๆ หรือปวดแน่น คล้ายถูกของหนักๆ กดทับ หรือปวดบีบๆ หากอาการร้าวไปที่แขนซ้าย หัวไหล่ หรือกราม ร่วมกับเหงื่อออกมากและหายใจลำบาก ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ปัจจัยที่มักทำให้อาการแย่ลง ได้แก่ คว ามเครียด อดนอน กินไม่เป็นเวลา และน้ำหนักเกิน หากอาการเกิดซ้ำในสถานการณ์เดิม ควรบันทึกไว้ปรึกษาแพทย์
5 โรคที่แฝงอยู่เบื้องหลังอาการเจ็บแน่นหน้าอกและจุกเสียดกลางอกมีอะไรบ้าง?
อาการเจ็บแน่นหน้าอกและจุกเสียดกลางอกอาจดูคล้ายกัน แต่สาเหตุเบื้องหลังนั้นแตกต่างกันมาก ทำความรู้จัก 5 โรคหลักที่ควรรู้
1. กรดไหลย้อน (GERD)
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้มาจากโรคหัวใจ เกิดจากกรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาระคายหลอดอาหาร ทำให้แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว มีรสขมในปาก แน่นท้อง จุกเสียด จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ อาการมักแย่ลงเมื่อนอนราบหรือสวมเสื้อผ้ารัดแน่น หากปล่อยเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะ Barrett's esophagus ซึ่งนำไปสู่มะเร็งหลอดอาหารหรือมะเร็งกระเพาะอาหารได้
2. อาหารไม่ย่อย (Dyspepsia)
เกิดจาการหลั่งกรดในกระเพาะที่มากเกินไป อาการคล้ายกรดไหลย้อน ได้แก่ ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ ปวดลิ้นปี่และอิ่มเร็วผิดปกติ มักเกิดจากกินเร็ว กินมากเกิน ติดเชื้อ H. pylori หรือความเครียด
3. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
มีอาการเจ็บหน้าอกแบบตื้อๆ หนักๆ หรือปวดแน่น คล้ายถูกของหนักๆ กดทับ หรือปวดบีบๆ หากอาการร้าวไปที่แขนซ้าย หัวไหล่ หรือกราม มักเกิดขณะออกแรก ร่วมกับเหงื่อออกมากและหายใจลำบาก ต้องรีบพบแพทย์ทันที
4. กระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ (Costochondritis)
การอักเสบของกระดูกอ่อนที่เชื่อมซี่โครงกับกระดูกหน้าอก ทำให้เจ็บเมื่อกดบริเวณนั้น หรือเมื่อไอ จาม หายใจลึก พบเป็นสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกถึง 13%
5. ความเครียดและ Panic Attack
ก่อให้เกิดอาการเลียนแบบโรคหัวใจได้ ทั้งเจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจหอบ และเวียนหัว นอกจากนี้ความเครียดเรื้อรังยังกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น ทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้นด้วย
จุกเสียดกลางอก แสบร้อนหน้าอกจากกรดไหลย้อน วิธีแก้ทำได้อย่างไร?
อาการจุกเสียดกลางอกและแสบร้อนหน้าอกจากกรดไหลย้อนสามารถบรรเทาและป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นแนวทางแรกที่แพทย์แนะนำก่อนการใช้ยาเสมอ
1. ปรับพฤติกรรมการกินทันที เริ่มได้วันนี้
การรับประทานอาหารในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งช่วยลดแรงดันในกระเพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและรับประทานช้า ๆ หลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อใหญ่หรือรับประทานอาหารปริมาณมากโดยเฉพาะก่อนนอน ต้องเว้นระยะอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงหลังกินอาหารมื้อสุดท้าย และไม่นอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
2. หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารมัน ของ ทอด อาหารรสเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด ช็อกโกแลต กาแฟ ชา น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารเหล่านี้กระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเพิ่มขึ้น หรือทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว ทำให้เกิดอาการจุกแน่นกลางอกเนื่องจากกรดไหลย้อนได้
3. ปรับท่านอนและไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม
การยกหัวเตียงสูงขึ้นประมาณ 6–10 นิ้ว โดยรองที่ขาเตียง (ไม่ใช่ใช้หมอนหนุนศีรษะ เพราะจะเพิ่มแรงดันในช่องท้อง) ช่วยลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมาขณะนอนหลับได้ดี นอกจากนี้ควรสวมเสื้อผ้าที่หลวมสบาย ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเว้นอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร
4. จัดการความเครียดเพื่อลดอาการจุกเสียดกลางอก
ความเครียดไม่ได้ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยตรง แต่กระตุ้นให้อาการที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้น การฝึกหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ การออกกำลังกายแบบเบา ๆ อย่างโยคะหรือเดิน และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนช่วยลดระดับความเครียดและส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารในระยะยาว
5. ใช้ยาลดกรดเมื่อมีอาการ เลือกให้ถูกประเภท
เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน เลือกใช้ยาลดกรดและบรรเทากรดไหลย้อน สูตรดับเบิ้ล แอคชั่น ที่มี 2 กลไกการออกฤทธิ์ ทั้งช่วยปรับสภาพกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง พร้อมสร้างชั้นแพเจลป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับลักษณะอาการของแต่ละคน
อาการเจ็บแน่นหน้าอกและจุกเสียดกลางอกมีสาเหตุได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย กระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ ภาวะแพนิค หรือโรคหัวใจ การสังเกตลักษณะอาการ เวลาที่เกิด และปัจจัยกระตุ้น จะช่วยให้แยกสาเหตุและรับมือได้อย่างถูกต้อง หากอาการเกิดขึ้นบ่อย รุนแรงขึ้น หรือมาพร้อมกับสัญญาณอันตรายอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำ
สำหรับอาการจุกเสียดกลางอกและแสบร้อนกลางอกที่เกิดจากกรดไหลย้อน การปรับพฤติกรรมการกิ นและการใช้ชีวิตเป็นก้าวแรกที่สำคัญ และเมื่อมีอาการ กาวิสคอน สีชมพู คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์ ด้วย 2 กลไกการออกฤทธิ์ ทั้งลดกรด ปรับสภาพกรดในกระเพาะให้เป็นกลาง และสร้างแพเจลป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกและอาหารไม่ย่อยเนื่องจากกรดไหลย้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนับสนุนโดยกาวิสคอน เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน หรือแสบร้อนกลางอก ต้องกาวิสคอน ยาบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อยเนื่องจากกรดไหลย้อน และลดกรดในกระเพาะอาหาร
สามารถดูผลิตภัณฑ์กาวิสคอน (Gaviscon) ที่มีส่วนผสมของอัลจิเนตได้ที่ https://www.giexpert.in.th/products/
แหล่งอ้างอิง:
Diagnosis and Management of Noncardiac Chest Pain (2024). https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11523089/
Efficacy of Helicobacter pylori eradication therapy for functional dyspepsia: updated systematic review and meta-analysis. Gut (2022). https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35022266/
Proulx AM, Zryd TW. Costochondritis: Diagnosis and Treatment. American Family Physician (2009). https://www.aafp.org/pubs/afp/issues/2009/0915/p617.html
Anxiety disorders in patients with noncardiac chest pain: association with quality of life and chest pain severity (2022). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8751105/
Head of bed elevation to relieve gastroesophageal reflux symptoms: a systematic review. BMC Family Practice (2021). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7816499/
.jpg?width=1024&height=683&format=jpg&quality=80)
.jpg?width=1024&height=683&format=jpg&quality=80)



