ยาลดกรด vs ยาธาตุน้ำขาวต่างกันยังไงใช้แทนกันได้ไหม
.jpg?width=1200&height=800&format=jpg&quality=80)
เมื่อไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก หรือท้องเสีย หลายคนสงสัยว่าควรหยิบยาตัวไหนมากิน ระหว่างยาลดกรดที่เห็นโฆษณาบ่อย กับยาธาตุน้ำขาวที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ทั้งสองชนิดมีหน้าตาคล้ายกัน แต่กลไกการทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้กาวิสคอนจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าแต่ละตัวใช้รักษาอาการอะไร กินตอนไหน และสำคัญที่สุดคือใช้แทนกันได้หรือไม่
ยาธาตุน้ำขาวคืออะไร? รู้จักก่อนใช้ให้ถูกต้อง
ยาธาตุน้ำขาว (Salol et Menthol Mixture) คือยาอยู่ในรูปของเหลวสีขาวขุ่น มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ Phenyl salicylate, Anise oil และ Menthol โดยเมื่อ Phenyl salicylate เข้าสู่ลำไส้จะแตกตัว และมีฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคในลำไส้ ส่วน Anise oil และ Menthol มีคุณสมบัติในการช่ว ยขับลม
ยาธาตุน้ำขาว แก้อาการอะไรได้บ้าง?
ยาธาตุน้ำขาวเหมาะกับอาการของระบบทางเดินอาหารที่ไม่รุนแรง ดังนี้
- ท้องเสียไม่รุนแรง โดย Phenyl salicylate มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ช่วยให้อาการทุเลาลงได้ในกรณ ีที่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม หากถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 5 ครั้งต่อวันควรพบแพทย์
- ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด โดย Menthol และ Arise oil มีคุณสมบัติช่วยขับลม
อาการที่ยาธาตุน้ำขาวรักษาไม่ได้
กรดไหลย้อน (GERD) แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน เป็นอาการที่ต้องการยาที่มีกลไกลดกรดโดยเฉพาะ เช่น ยากลุ่ม Antacid หรือยาลดกรดและบรรเทากรดไหลย้อนที่มีส่วนผสมของอัลจิเนต การใช้ยาธาตุน้ำขาวในกรณีเหล่านี้จะไม่ได้ผลและอาจทำให้การรักษาล่าช้า
ยาธาตุน้ำขาว กินตอนไหนดี? ให้ได้ผลสูงสุด
ยาธาตุน้ำขาว มีสรรพคุณช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะ หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้อง ให้กินหลังอาหารทันทีหรือเมื่อมีอาการ เพราะ Anise oil และ Menthol จะออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นขณะที่ระบบย่อยอาหารกำลังทำงาน แต่หากเป็นท้องเสียหรือปวดท้องจากการอักเสบ กินได้เลยโดยไม่ต้องรอมื้ออาหาร และควรดื่มน้ำตามมาก ๆ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก ่อนใช้ยา
.jpg?width=1024&height=683&format=jpg&quality=80)
.jpg?width=1200&height=800&format=jpg&quality=80)